คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ประกันภัยรถยนต์

1.ทำประกันชั้น1แล้ว ทำไมถึงต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก ทั้งๆที่หน้าตารางกรมธรรม์ ไม่ได้มีการระบุไว้ว่าต้องรับผิด
ตอบ เนื่องจากทางกรมการประกันภัยได้มีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษขึ้นมา โดยได้มีการกำหนดว่าให้บริษัทประกันภัยสามารถเรียกเก็บ ค่าเสียหายส่วนแรกกับผู้เอาประกัน ได้ ในกรณีต่างๆดังนี้

  • ผู้เอาประกันภัยแจ้งให้บริษัทประกันทราบไม่ได้ว่า ความเสียหายนั้นเกิดจากอะไร เกิดจากใครเป็นคู่กรณี และไม่สามารถแจ้งวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุให้บริษัทประกันรู้ได้ ซึ่งเป็นกฎที่ออกมาเพื่อป้องกันการเคลมประกันโดยไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุจริงๆ และต้องการให้การเคลมหรือการเรียกร้องค่าเสียหายเกิดจากอุบัติเหตุจริงๆ ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการประกันภัยจริงๆ และไม่ให้เกิดความเสียหายกับบริษัทประกันภัยที่ต้องรับผิดชอบในส่วนที่แผลนั้นๆไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุจริงๆ
  • กรณีผู้เอาประกันนำรถยนต์ไปใช่ผิดประเภท ยกตัวอย่างในกรณีที่ว่า การนำรถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งทำประกันภัยแบบส่วนบุคคล นำไปรับจ้างในเชิงพาณิชย์ ซึ่งถือว่าเป็นการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่ตกลงกันในสัญญาประกันภัย
  • ความเสียหายเกิดขึ้นกับสี โดยที่ไม่มีรอยบุบ แตก ร้าว อันเกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งบริษัทจะมองว่าในกรณีที่มีความเสียหายเฉพาะสี เช่นสีร่อน ถือเป็นการเสื่อมสภาพของสีเองมากกว่าที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ

 


 

2.ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ต่างกับประกันภัยรถยนต์ 2 พลัส หรือ 2+ อย่างไร
ตอบ ข้อแตกต่างระหว่างประกัน 2 อย่างนี้นั้น มีข้อแตกต่างที่ชัดเจนกันอยู่หลักๆคือ ประกันชั้น1 นั้นสามารถเคลมได้ทุกกรณี ไม่ว่าจะเกิดเหตุจากถอยชนกระถางต้นไม้ เสาไฟฟ้า หินดีด ขอบฟุตบาต หรือแม้กระทั่งการโดนกรีดรถยนต์ โดนชนแล้วหนี แต่ประกันชั้น 2 พลัส หรือ 2+ นั้น กรณีเหล่านี้ไม่สามารถแจ้งเคลมกับบริษัทประกันได้ การเคลมของประกันประเภทนี้ต้องมีคู่กรณี และคู่กรณีต้องเป็นยานพาหนะทางบกโดยใช้เชื้อเพลิงในการเคลื่อนที่ไป และต้องจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกเท่านั้น แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางบริษัทประกันภัย ที่ยินยอมรับผิดแม้คู่กรณีจะเป็นเพียงจักรยานหรือรถซาเล้ง เท่านั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่บริษัทเหล่านั้นกำหนดไว้

 


 

3.ประกันรถยนต์ชั้น1 ทำประกันภัยได้สูงสุดไม่เกินกี่ปี
ตอบ ทำได้สูงสุดไม่เกิน 15 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทประกันเป็นผู้กำหนด

 


 

4.ประกันชั้น1 สามารถเลือกทุนประกันภัย ได้ตามที่เราต้องการได้หรือไม่ อย่างไร
ตอบ ประกันชั้น1 สามารถเลือกทุนประกันภัย ได้ แต่ต้อง ไม่ต่ำเกินกว่า หรือ สูงเกินกว่า ราคาตลาดของรถยนต์รุ่นนั้นๆ โดยหลักแล้วคำนวนโดยใช้หลัก 80% ของราคารถในเวลาปัจจุบัน มากกว่าน้อยกว่าได้นิดหน่อย เพราะการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยนั้น จะชดใช้สินไหมให้ตามความเป็นจริง ความเสียหายจริงที่เกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์ของการประกันภัย ซึ่งคือการเยียวยาให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายน้อยที่สุด ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการหากำไรจากการทำประกันภัยรถยนต์ เราจึงควรเลือกทุนตามความสมกับราคารถยนต์ของเราจริงๆ

 


 

5.ประกันชั้น1 ถ้าไม่มีเคลม เบี้ยประกันภัยจะลดลงทุกๆปีหรือไม่
ตอบ โดยทั่วไปแล้วจะลดลงทุกปี ในกรณีที่เป็นประกันภัยชั้น1 แบบปกติ แต่จะมีประกันภัยชั้น 1 ในบางประเภท ที่ลูกค้าหลายๆท่านอาจจะเคยประสบพบเจอมาแล้วว่า ทำไมเบี้ยปีต่ออายุถึงไม่ลดลง ทั้งๆที่รอบปีที่ผ่านมาไม่มีเคลมใดๆ

  • เป็นเบี้ยพิเศษที่ทางบริษัทประกันภัยได้ให้มาในปีแรกที่เราได้ทำประกันภัย ซึ่งบางบริษัทจะได้มีการให้ส่วนลดพิเศษไปหมดในปีแรก ทำให้เบี้ยนั้นถูกกว่าบริษัทประกันภัยอื่นๆในตอนนั้น ซึ่งบางบริษัทก็จะใส่ส่วนลดประวัติดีที่ 50% สังเกตได้จากหน้าตารางกรมธรรม์ หรือ ในกรณีบางบริษัทประกันภัยก็จะแจ้งเข้ามาทางฝ่ายขายเลยว่าเป็นเบี้ยแบบ single rate ซึ่งก่อนทำประกันภัยควรสอบถามกับฝ่ายขายให้แน่ชัดเสียก่อนการตัดสินใจทำประกันภัย
  • เป็นเบี้ยของรถยนต์ป้ายแดง(ไฟแนนซ์) ซึ่งโดยส่วนมากแล้วลูกค้าส่วนใหญ่ ได้ทำการซื้อรถผ่านทางสถาบันการเงิน (finance) ซึ่งประกันภัยที่พิเศษในปีแรก เป็นการใช้ฐานเบี้ยของถามไฟแนนซ์ แต่หากปีที่ 2 แล้วนั้นการคำนวนเบี้ยประกันภัยจะใช้เรตปกติของบริษัทประกันในการคำนวนเบี้ย ทำให้ในบางครั้งเบี้ยประกันภัยจึงไม่ได้ลดลงตามที่ลูกค้าต้องการ

 


 

6.ประกันชั้น1 สามารถคุ้มครองได้ทันที หลังจากที่ตกลงทำประกันภัยเลยหรือไม่อย่างไร
ตอบ ประกันชั้น1 สามารถมีผลได้ทันทีตามที่ได้ตกลงกันตามวันคุ้มครอง แต่จะมีเงื่อนไขคือจะคุ้มครองได้ทันที ในกรณีที่มีการเคลมสดเท่านั้น ซึ่งก็คือ คุ้มครองอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในที่เกิดเหตุจริง ซึ่งสามารถพิสูจน์บาดแผลความเสียหายที่เกิดขึ้นในเวลานั้นเท่านั้น คุ้มครองทั้งคู่กรณีและทรัพย์สินของเรา แต่จะยังไม่คุ้มครองกรณีรถหาย-ไฟไหม้ และ กรณีเคลมแห้งจนกว่าจะได้มีการตรวจสภาพรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเท่านั้น

 


 

7.ใบเคลมมีอายุกี่ปีนับแต่วันที่แจ้งเคลม
ตอบ ในกรณีเคลมสด สามารถใช้ใบเคลมได้ภายใน 2 ปี ในกรณีเคลมแห้งสามารถใช้ใบเคลมได้ภายใน 1 ปี

 


 

8.เคลมสดคืออะไร เคลมแห้งคืออะไร
ตอบ เคลมสด คือ เป็นการเคลมในกรณีที่มีการเกิดเหตุขึ้น มีคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายหรือมากกว่า 2 ฝ่ายอยู่ในที่เกิดเหตุ และต้องมีการตรวจสอบว่าการเกิดเหตุเกิดจากอะไร ใครผิดใครถูก ซึ่งพนักงานของบริษัทประกันภัยจะต้องออกตรวจสอบที่เกิดเหตุและให้บริการกับเราในฐานะลูกค้า เพื่อปกป้องสิทธิและประโยชน์ของทางบริษัทประกันภัยและของลูกค้าผุ้เอาประกันภัย

เคลมแห้ง คือ เป็นการเคลมในกรณีที่มีการเกิดเหตุขึ้น แต่ไม่มีคู่กรณี ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจาก การถอยรถไปชนทรัพย์สินอื่นๆเอง , โดนหินกระเด็นมาโดน , รถเป็นรอยโดยที่ไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร เป็นต้น ซึ่งกรณีเหล่านี้สามารถนำรถยนต์เข้าเคลมที่อู่หรือศูนย์ที่บริษัทประกันภัยนั้นๆมีสัญญาอยู่ หรือ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่มาดูแผลและออกใบเคลมให้ก่อนก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกันภัยนั้นๆ

 


 

9.ทำไมประกันชั้น 2 พลัส หรือ 2+ และ 3 พลัส หรือ 3+ จึงต้องลงค่าเสียหายส่วนแรก ทั้งๆที่เอกสารงานขายบอกว่า ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก หรือ อนุโลมค่าเสียหายส่วนแรก
ตอบ ในกรณีนี้ทางกรมการประกันภัย ได้มีการกำหนด เงื่อนไขในหน้าตารางกรมธรรม์ของกรมธรรม์ประเภท 5 ซึ่งก็คือ ประกันภัยชั้น 2 พลัส และ ประกันภัยชั้น 3 พลัส ที่จะสามารถขายได้นั้น จะต้องมีการลงความรับผิดต่อความเสียหายส่วนแรกไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์

แต่จะมีบางบริษัทถึงแม้ว่าจะมีการลงความเสียหายส่วนแรกไว้ 2,000 แต่จะมีเอกสารแนบท้ายลงเอาไว้ว่า ตัวแทนจะรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก อาทิเช่น บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด

หรือในบางบริษัทประกันภัยก็จะมีการออกเอกสารแนบท้ายเอาไว้ในกรมธรรม์ เพื่อที่จะไม่ต้องลงค่าความเสียหายส่วนแรกไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ เพื่อความสบายใจของลูกค้าที่ใช้บริการ

แต่เพื่อความถูกต้องและสบายใจของลูกค้าทุกๆท่าน ควรตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัทประกันภัยที่ทำก่อนมีการชำระเบี้ยประกันภัย

 


 

10.ประกันชั้น 2 พลัส และ ประกันชั้น 3 พลัส แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ
ประกันชั้น 3 พลัส จะให้ความคุ้มครองดังนี้

  • กรณีบุคคลภายนอก ให้ความคุ้มครอง ชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • กรณีผู้เอาประกันภัย ให้ความคุ้มครอง ประกันอุบัติเหตุ , ค่ารักษาพยาบาล , ประกันตัวผู้ขับขี่ และ ทรัพย์สินคันเอาประกันภัย (รถของเราในกรณีที่เกิดเหตุชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น)

ประกันชั้น 2 พลัส จะให้ความคุ้มครองดังนี้

  • กรณีบุคคลภายนอก ให้ความคุ้มครอง ชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • กรณีผู้เอาประกันภัย ให้ความคุ้มครอง ประกันอุบัติเหตุ , ค่ารักษาพยาบาล , ประกันตัวผู้ขับขี่ และ ทรัพย์สินคันเอาประกันภัย (รถของเราในกรณีที่เกิดเหตุชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น)
  • คุ้มครองรถยนต์คันเอาประกันภัย สูญหาย ไฟไหม้

ซึ่งจะเห็นได้ว่าประกันชั้น 2 พลัส และ 3 พลัส ต่างกันในส่วนของ ความคุ้มครองรถยนต์คันเอาประกันภัย สูญหาย-ไฟไหม้ เท่านั้น